วัคซีนจุฬา ChulaCov19

จุฬาฯ เผยทดลองวัคซีนโควิด-19 ตัวใหม่รุ่นแรกของไทย ภูมิเท่า Pfizer – Moderna

          วัคซีนโควิด-19 ตัวใหม่ นี้ ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยคนไทย ด้วยความร่วมมือและสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์แนวหน้าของโลกผู้ริเริ่มเทคโนโลยีนี้คือ “ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดรู ไวซ์แมน” จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเทคโนโลยี mRNA เหมือนกับวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทั่วโลกยอมรับและให้การรับรองในการฉีดแล้วกว่า 600 ล้านโดส

          เทคโนโลยี mRNA นั้นจะมีการสร้างชิ้นส่วนขนาดเล็กจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยที่ไม่มีการใช้ตัวเชื้อแต่อย่างใด และเมื่อร่างกายได้รับชิ้นส่วนนี้ก็จะทำการสร้างโปรตีน เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้นกัน ทำให้ร่างการสามารถต่อต้านเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ป้องกันการติดเชื้อรวมถึงการเกิดอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตได้

วัคซีนจุฬา ChulaCov19

เผยการทดลองวัคซีนโควิด-19ตัวใหม่เฟสแรก ได้ผลดีภูมิเทียบเท่าไฟเซอร์

          ทางด้านศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนา วัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าได้มีการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 วัคซีนจุฬา โดยใช้ เทคโนโลยี mRNA ที่มีชื่อว่า “ChulaCov19” หรือ จุฬาคอฟ 19 ซึ่งในปัจจุบันได้มีการทดลองในมนุษย์แล้วสำหรับเฟสที่ 1 โดยทดลองมาได้ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับกลุ่มอายุ 18 – 55 ปี จำนวน 36 คน ในขณะที่มีอาสาสมัครเป็นกลุ่มสูงผู้วัยอายุ 56 – 75 ปี ยังอยู่ระหว่างการฉีดเข็มที่ 2

          โดยหลังจากการทดลองดังกล่าวในกลุ่มอายุ 18 – 55 ปี ก็พบว่ามีอัตราการยับยั้งการติดเชื้อสูงเทียบเท่าไฟเซอร์อยู่ที่ 94% ในขณะที่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้านั้นมีประสิทธิภาพยับยั้ง 84% และซิโนแวค 68% ตามลำดับ ทำให้การทดลองวัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับไฟเซอร์เลยทีเดียว ทั้งนี้หากแยกตามสายพันธุ์จะพบว่ามีค่าป้องกันเชื้อดังเดิมที่ 1,258 ส่วนอัลฟ่า อยู่ที่ 968 และเดลต้าอยู่ที่ 977 ซึ่งมีค่าลดลงเล็กน้อย ในส่วนของสายพันธุ์เบต้าและแกมม่ามีค่าลดลสูงเหลือเพียง 343 และ 372 ตามลำดับ นับว่าเป็นความหวังและข่าวดีของคนไทยเลยก็ว่าได้

วัคซีนจุฬา ChulaCov19

วัคซีนทางเลือก ผลงานของคนไทย โอกาสมีลุ้น จะได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ กู้วิกฤตโรคในครั้งนี้

          คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่ามีความสนใจเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนรูปแบบใหม่นี้ จากเดิมที่เป็นวัคซีนเชื้อตายมาผลิตเป็น วัคซีน mRNA ของไทย นี้มา 4 ปีแล้ว จึงได้เริ่มความร่วมมือในการพัฒนาวัคซีนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี จากศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดรู ไวซ์แมน ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกคนหนึ่งที่บุกเบิกการพัฒนาเทคโนโลยี mRNA VACCINE หลังจากที่มีการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 จึงตัดสินใจร่วมมือกันทำการวิจัยและผลิตวัคซีนตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ปี 2563

          โดยหวังให้เป็นวัคซีนที่คนเอเชียมีความต้องการ สำหรับการพัฒนาวัคซีน “ChulaCov19” ได้รับการสนับสนุนจากหลายส่วน เพื่ออยากให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตวัคซีนในเอเชีย โดยได้รับความร่วมมือและสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อพัฒนาและสร้างวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันโรคได้ดี

          แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้การทดลองยังอยู่เพียงแค่เฟส 1 ต้องรอลุ้นอีกต่อไปว่าจะผ่านพ้นไปจนถึงเฟส 3 ได้หรือเปล่า จะเหลือประสิทธิภาพกี่เปอร์เซ็นต์ จะบรรลุเป้าหมายสำเร็จ หรือล้มเหลว ต้องคอยให้กำลังใจทีมนักวิจัยกันต่อไป