รัฐบาลซื้อจัดวัคซีน

รัฐบาลจัดซื้อวัคซีนเพิ่ม แอสตร้าฯ-ไฟเซอร์ เดือนละ 2 – 3 ล้านโดส

ด้านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลจัดซื้อ วัคซีน เพิ่มถึงแม้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด19 ในไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากยอดผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วนั้นอยู่ที่ 2 หมื่นกว่ารายติดต่อกัน 20 กว่าแล้ว ซึ่งทำให้ยอดผู้ป่วยที่รักษาหายมีมากกว่าผู้ป่วยที่ตรวจพบเจอนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งจำนวนยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตัวเลขจะยังสูงถึงหลักหมื่นก็ตาม เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่มีการแพร่กระจายที่เร็ว ทั้งนี้สบค. ยังได้เห็นด้วยกับแผนการควบคุมโรคแบบแนวใหม่ที่เป็นการ สมดุลกับการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากโควิด19 ด้วยการยกระดับป้องกันตัวเองสูงสุด การฉีดวัคซีนให้เป็นภูมิคุ้มกันหมู่ การเข้าถึงชุดตรวจ ATK การจัดการสภาพแวดล้อมของกิจการให้ไม่เกิดโควิด

รัฐบาลจัดซื้อวัคซีน

เจรจา วัคซีน  แอสตร้าฯ-ไฟเซอร์ จากสหภาพยุโรป

การเตรียมแผนที่รัฐบาลจัดซื้อ วัคซีน นั้น ภายในสิ้นปีจะมีวัคซีนจำนวน 140 ล้านโดส และรัฐบาลยังได้เจรจาซื้อ วัคซีนจากสหภาพยุโรป หรืออียู เพิ่มเติมอีกโดยแบ่งเป็น แอสตร้าฯ 2 ล้านโดส ต่อเดือน ไฟเซอร์อีกจำนวน 2.5 ถึง 3 ล้านโดส ต่อเดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 เป็นเวลา 4 เดือนด้วยกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งหาวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี เพื่อเป็นการสร้างภูมิให้พร้อมในการเปิดเทอม ซึ่งตอนนี้มีการฉีดวัคซีนให้กับครูไปแล้วทั้งสิ้น 573,656 ราย และยังมีนักเรียนในระบบการศึกษาอีก 4 ล้านกว่าคนจากการประเมินของกระทรวงสาธารณสุข โดยคาดว่าภายในปีนี้ ไทยจะได้รับวัคซีนรวมทุกประเภท 140 ล้านโดส โดยตั้งเป้าฉีดให้กับประชาชนทุกกลุ่ม 50 ล้าน ครอบคลุมกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยให้เร็วที่สุด

รัฐบาลจัดซื้อวัคซีน

พร้อมขอบคุณคนไทยที่ปฎิบัติตามมาตรการป้องกันเป็นอย่างดี

หลังจากกล่าวถึงการที่รัฐบาลจัดซื้อวัคซีนเสร็จ นายธนกรก็ได้มีการกล่าวขอบคุณคนไทยทุกคน ที่ได้ปฎิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างดี ทั้งในเรื่องการสวมหน้ากากป้องกัน การรักษาระยะห่างทางสังคม รวมถึงการให้ความร่วมมือด้านต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างไรก็ยังต้องตระหนักว่า เชื้อไวรัสโควิด19 สายพันธุ์ใหม่ นี้มีการระบาดอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และก็ไม่ใช่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทั่วโลก ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนทุกคนป้องกันตนเอง สวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน รักษาระยะห่างล้างมือบ่อยๆ ให้สะอาด และหากพบว่าตัวเองนั้นมีความสุ่มเสี่ยงต้องรีบตรวจโดยด่วน เพื่อที่จะช่วยลดการแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้

ที่มาภาพ : https://www.prachachat.net/,>https://news.thaipbs.or.th/,https://web.tphcp.go.th